ไข้ป่า! กินยาป้องกันได้จริงหรือ ?
เคยมีคนเปรียบเทียบเอาไว้ว่า "ยุงร้ายกว่าเสือ" เรื่องนี้เห็นทีจะเป็นจริงอย่างเขาว่า เพราะยุงเป็นพาหะของโรคหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นไข้เลือดออก, มาลาเรีย หรือโรคเท้าช้าง โดยเฉพาะการไปเที่ยวป่า พักและค้างแรมในป่า มีความเสี่ยงสูงต่อการโดนยุงกัดและมีโอกาสเป็นไข้ป่าหรือมาลาเรียอยู่ไม่น้อย หลายคนมีความเชื่อว่าการกินยาป้องกันไว้แต่เนิ่นๆจะทำให้ปลอดภัยจากการเป็นไข้มาลาเรียได้ ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้เป็นอย่างไร?
จากการวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลค้นพบว่า ยาป้องกันไข้มาลาเรียจำพวกควินิน, คลอโรควิน หรือแฟนซีดาร์นั้น ไม่สามารถป้องกันไข้มาลาเรียได้ ซ้ำร้ายยังมีผลทำให้การตรวจหาเชื้อมาลาเรียจะกระทำได้ยากขึ้น เพราะอาการของโรคจะไม่ชัดเจน บางครั้งกว่าจะตรวจพบเชื้อก็รักษาไม่ทันท่วงทีแล้ว นอกจากนี้ยาจำพวกที่ว่ายังมีผลข้างเคียงโดยอาจทำให้เกิดอาการแพ้ยา อาเจียน คลื่นไส้ หรือไตวายได้ เพราะฉะนั้นการกินยาป้องกันจึงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง
วิธีป้องกันไข้มาลาเรียที่ถูกวิธีและดีที่สุดคือป้องกันไม่ให้ยุงกัดด้วยการนอนในเต็นท์หรือมุ้งที่ป้องกันยุงได้ ใส่เสื้อแขนยาว สวมถุงมือ หมวก หรือทายาป้องกันยุงซึ่งมีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด
หลังกลับจากป่า ภายในระยะเวลา 7-12 วัน หากมีอาการเป็นไข้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรียทันที เนื่องจากเป็นช่วงระยะเวลาฟักตัวของเชื้อ แต่บางครั้งก็อาจจะพบการฟักตัวของเชื้อในระยะที่นานกว่านั้น อาจจะนานถึง 35 วันก็ได้