
ชื่อวิทยาศาสตร์ ; Anisoptera costata Korth.
วงศ์ ; DIPTEROCARPACEAE
ชื่ออื่นๆ ; ตะบาก(ลำปาง) กระบากขาว(ชลบุรี ชุมพร ระนอง) กระบากโคก(ตรัง) กระบากช่อ กระบากด้าง กระบากดำ(ชุมพร) กระบากแดง(ชุมพร ระนอง) บาก(ชุมพร) พนอง (จันทบุรี ตราด) ชอวาตาผ่อ(กะเหรี่ยง กาญจนบุรี) หมีดังว่า(กะเหรี่ยง ลำปาง)
ลักษณะทั่วไป
ไม้ยืนต้นผลัดใบสูงถึง 40 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มทรงกระบอกถึงค่อนข้างกลม ลำต้นเปลาตรง เปลือกหนาสีน้ำตาลเทา แตกร่องและเป็นสะเก็ด เปลือกในเรียงซ้อนกันเป็นชั้นสลับกันระหว่างสีน้ำตาลแดงและสีเหลือง
ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่ รูปรีถึงรูปไข่กลับ กว้าง 3-8 ซม. ยาว 6-16 ซม. ปลายใบมนทู่หรือเป็นติ่งสั้นๆ โคนใบสอบมนหรือมนกว้างและหยักเว้าเล็กน้อย ผิวใบด้านบนเกลี้ยง ด้านล่างมีขนกระจุกหรือแยกแขนงสีน้ำตาลแกมเหลือง เส้นแขนงใบ 16-27 คู่ ปลายเส้นโค้งจรดกันก่อนถึงขอบใบ ก้านใบยาว 3-4.5 ซม.
ดอกสีขาวถึงเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อตามง่ามใบ
ผลค่อนข้างกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. มีปีกยาว 2 ปีก ปีกสั้น 3 ปีก โคนปีกเชื่อมติดกันเป็นกระทงหุ้มผลโดยตลอด
การกระจาย
กระบากมีการกระจายพันธุ์ในป่าดิบและป่าเบญจพรรณชื้นทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 30-600 เมตร ในต่างประเทศพบที่พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนามและมาเลเซีย ออกดอกเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ผลแก่เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน
การใช้ประโยชน์
เนื้อไม้สีน้ำตาลอมเหลืองถึงสีน้ำตาลคล้ำ ใช้ในการก่อสร้างในร่ม ทำไม้แบบและหีบใส่ของ ชันไม้ผสมน้ำมันทาไม้ น้ำมันชักเงา และใช้ยาแนวเรือ
|